ฟู่วววว... เหนื่อยมากกกก

สวัสดีค่ะทุกๆท่าน พบกับมิแรนอีกครั้ง ตอนนี้นั่งอยู่ที่เมกา กำลังเจทแลก ตามสูตร = =ll

สำหรับงานหนังสือที่มิแรนลงทุนบินไปอยู่ครึ่งเดือน ก็ไปแค่สองวัน... (ไปทำไมมมม)

จริงๆมิแรนไปก็คือไปจัดการเรื่องรักษาสถานภาพนิสิตไว้ให้เรียบร้อย ก็จริงๆแค่แวะไปคุยกับอาจารย์นิดๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เงินก็โอนไปแล้ว ก็เหลือรอลงทะเบียนออนไลน์ ซึ่งมันก็แค่รอวันเท่านั้น

มิแรนไปงานหนังสือแค่วันที่สิบหกกับสิบเจ็ดแค่นั้นค่ะ ^^ คนคงไม่ค่อยเห็นหน้าเท่าไหร่นัก

สำหรับวันที่ 16 อันนี้ไปกับเพื่อนสองคน เดินโฉบๆบูธสถาพรแล้วก็จากไป... (อีเพื่อนก็โคตรหน้าม้า... อายเขา)

ได้หนังสือมา... กี่เล่มหว่า... งวดนี้ซื้อแนวผีมาทีห้าเล่ม 5555555 เป็นเอามาก ไปเก็บตกนิยายของเจ อาร์ อาร์ โทลคีน มา เรื่อง Children of Hulin (สะกดงี้ป่าวฟะ?) แปลไทยว่าไงจำไม่ได้ (แต่ได้ข่าวว่าซื้อภาษาไทย) เห็นมันลดราคาก็เลยซื้อมา =w= แล้วก็ซื้อแนวๆ Historical เล็กน้อย (สองเล่ม) เป็นแนวบันทึกของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ แต่ก็คือเป็น Fiction นะ ไม่ใช่ Non Fic.

ขากลับตอนลงสถานีศูนย์ประชุมฯ กำลังเดินๆอยู่ เออ... ใครหว่า คุ้นๆ =w= สูงๆใส่แว่นมาแต่ไกล...

โธ่... ที่แท้ก็พี่ Spock นี่เอง ฮ่า เลยเดินเข้าไปทัก พี่ป๊อคท่าทางงุนงงเล็กน้อย เราเลยต้องรีบบอกชื่อตัวเองไป พี่ป๊อคถึง "อ่อ" แนวๆนั้น 555 ฮา

นับเป็นการเจอกันครั้งแรกเลย คุยกันสองสามคำแล้วก็แยกกันไป คนหนึ่งกำลังเข้างาน อีกคนออก เหอๆ

มิแรนก็พากันไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนๆสองคนตามระเบียบ (ไม่ได้เอารูปลงคอมไว้แหะ... = =) เตร่ไปเตร่มา แถวเซ็นทรัลเวิร์ล กลายเป็นว่า พาเพื่อนๆไปเซ็นทรัลเวิร์ลกันบ่อยมาก เพราะมิแรนถนัดเซ็นทรัลเวิร์ลสุด ส่วนพวกเพื่อนๆก็เหมือนกับเป็นการมาเที่ยวที่ใหม่ ก็เป็นที่ตื่นเต้นกันไป อุฮิ

เที่ยวกันได้ไม่นานมิแรนต้องเร่งกลับทำเวลา พอดีที่เกษตรเขาบอกให้ปริ้นเลเซอร์ (ใบโอนเงินค่ารักษาสถานภาพนิสิตนี่แหละ) มิแรนเลยต้องใส่เกียร์ไปที่บริษัทเก่าของคุณแม่ วานให้คุณน้าที่ทำงานเขาช่วยปริ้นเอกสารให้ =w= จากนั้นมิแรนก็ไปทำผมต่อ ไปดัดให้เรียบร้อย 555 ตั้งแต่ทุ่มนึงยันสามทุ่ม... นานจริงๆ

ออกมาสวยสมใจ (ตูกับช่างเขาก็ว่าสวยแล้วกันฟะ ใครจะว่าไงเรื่องเขา 555) กว่าจะถึงบ้านก็ดึกมากสามทุ่มเฉียดสี่ทุ่ม กินหนมจีนน้ำยาเป็นอาหารเย็น (เพิ่งจะได้กิน) =w= เสร็จก็นอนค่ะ

วันต่อมา... นาฬิกาไม่ปลุกกกกกก อร๊ากกกกกก ทุเรศศศศศ ทำไมต้องวันนี้ ทำไมต้องวันที่ 17 ที่สนพ.นัดตูด้วยยยยยยย

รีบลุกอย่างด่วน คือนัดไว้สิบเอ็ดโมง ตื่นมาสิบโมง... แทบกระอักเลือด = =ll (ตั้งปลุกไว้เก้าโมงน่ะ) อาบน้ำแต่งตัวอย่างเร็ว ผมหวีแบบลวกๆ เพราะว่าดัดมาหวีมากก็ไม่ได้ แต่งหน้าอะไรสปีดนรกหมด เสร็จปุ๊บก็ตะโกนเรียกท่านพ่อ "ป๊าาาาา ไปแล้ววววว สายแล้วววว"

อารมณ์ว่าท่านพ่อจะไปด้วย =w= เออ ไม่ว่า... แต่อย่าช้าาาา

เดินทางกันจนถึงที่หมาย โดนเขาโทรตามหลายรอบ =w= ขออภัยจริงๆ มือถือมันเกิดงี่เง่า(ตั้งแต่จะให้มันปลุก มันก็ไม่ปลุก คนโทรเข้าก็ไม่ได้ เกิดรวนจนต้องถอดแบตสองรอบถึงจะกลับมาเหมือนเดิม)

อย่างว่า... ของซื้อเองก็เงี้ย = =ll (โดยเฉพาะเงินตัวเองล้วนๆนี่แหละ) พอถึงที่หมายก็วิ่งหน้าตั้ง ไปเจอพี่สาวพอดี (พี่สาวสถาพรจ้า) พี่สาวเลยพาเข้างาน "ตื่นสายใช่ไหม?" แน่ะ รู้อีก =w=

เข้าไปก็ไปถึงในมีตติ้งรูม ก็เจอรุ่นน้องสมัยประถมตรงดิ่งเข้ามายื่นหนังสือให้ ประเดิมคนแรกของวันนี้ =w=

เลยเซ็นไปคุยไปบ้างเล็กน้อย ทางสตาฟก็จัดที่ให้เรานั่ง แต่แหม... ปีนี้ไม่มีป้ายชื่อ แล้วคุณน้องมันจะตรัสรู้ไหมคะว่าดิฉันเป็นใคร เดี๋ยวคิดว่าอีป้านี่มาจากไหนไม่ทราบ 555

ตอนสัมภาษณ์ก็ไม่มีอะไรมาก ไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีก่อนแหะ งวดนี้ได้สัมภาษณ์ร่วมกับพี่มิอุ มานูเอล (หนูจำชื่อเรื่องพี่ไม่ได้) กับพี่พัณณิดา (คนเขียนไมรอนกับดราก้อนเดลิเวอร์รี่งับ) คำถามถามได้รวดเร็ว จบเร็ว =w= มีการถามคำถามน้องๆแจกนิยาย ก็โอเคอะ (โดนพิธีกรหนุ่มแซวหลายครั้ง =w= รู้สึกขนลุกพิกลแหะ... การดัดผมนี่มันทำให้คนรอบๆเปลี่ยนไปขนาดนั้น?)

ตอนนั่ง(เซ็งๆ)รอน้องๆมาขอลายเซ็น (ไม่ค่อยเยอะไงถึงได้เซ็ง) ก็พอดีหันไปเห็นพี่Spock พอดี พี่แกก็เข้ามาGreet เล็กน้อย แต่ในงานเสียงดังสนั่นมาก มีการถามหลายรอบ มิแรนหูฟังไม่ถนัด = =ll บางทีต้องอ่านปากบ้างนะนั่นน่ะ

มีโอกาสได้คุยกับพี่โป่งนิดหน่อย พี่โป่งบอก "โหววว โตเป็นสาวแล้ว งวดที่แล้วยังเด็กๆอยู่เลยนะ"

สงสัยคงเพราะดัดผม =w= รู้สึกว่ามาแล้วมีแต่คนทักจริงๆ ขนาดพี่กัลฐิดายังทัก "โหว น้องปุณ สวยขึ้นนะเนี่ย"

กร๊ากกกกกก ลอยไปแล้ว แหมอย่างว่าทำผมมันก็ต้องดูดีขึ้นบ้างแหละ ตอนนั้นทำอะไรได้ที่ไหน =w= เรียนคอนแวนต์ก็ทรงคอนแวนต์กันไป เรียบบบบบบ ตรง ทื่ออออ ชีวิต... เกี่ยวไรกับทรงผมมมมมม (แต่ก็เพราะทรงผมนี่แหละที่บวกคะแนนทุกวิชา ฮ่า)

ด้วยความอัดอั้น เด็กคอนแวนต์จะเข้าร้านทำผมเป็นธรรมดา =w= อุฮิ

สรุปตูมาเพื่อให้เขาชมหน้าตาหรือไง =[]= ไม่ใช่โว้ยยยย มาเพื่อมาโปรโมทนิยายยยย ดิฉันเป็นนักเขียนนน

เดี๋ยวจะผิดงานไปใหญ่ = =ll แหม... ถึงจะติสทางนิสัย แต่แต่งตัวแฟชันนิสต้าก็... ได้นี่หว่า = =ll ห้วย

จริงๆเมื่อก่อนมิแรนจะเซอๆ นะ ถามเพื่อนๆเก่าๆจะรู้ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ คาดผม ตายตัวมากกก

เริ่มมาแต่งตัวสมหญิงก็สักตอนม.ห้ามั้ง เพราะเริ่มแต่งคอสเพลย์ตอนนั้นก็เลยเกิดติดมือชอบแต่งหน้า เลยต้องแต่งตัวไปด้วย = =ll แต่แน่นอน มิแรนตอนไปโรงเรียนก็คือหน้าเกลี้ยง เนิร์ดแตกค่ะ แต่เที่ยวหรือเรียนพิเศษคือคนละคน

สมัยแรกๆแต่งหน้า... เพื่อนบอก "มึงทำไปได้" มิแรนเป็นพวกไม่ได้ว่าสนใจแฟชั่นหรอก มันแค่บังเอิญว่ามิแรนชอบแบบแฟชั่นในตอนนั้นรึเปล่าก็เท่านั้น บางทีมันก็แค่บังเอิญ

สมัยแรกๆแต่งหน้า... ก็คือ ปากดำ ขอบตาดำ ดำหมด =w= เพราะตอนนั้นยังติดมือจากคอสเพลย์แนว Gothic
(นี่แหละหนึ่งในที่มาของเจ้าแม่Goth) แต่งตัวก็ยังออกแนวๆกอสโลลิ =w= เอาให้ตายไปข้าง ตอนหลังก็แบบ เกรงใจเพื่อนกับพ่อแม่ 5555 ปรกติแต่งตัวอะไรไม่ค่อยแคร์ชาวบ้านน่ะ ถือว่าไม่ได้แต่งแบบล่อแหลมหรืออะไร แค่มันแปลกเฉยๆ =w=

แต่พอขึ้นมหาลัยก็เออ ทำผมเป็นเรื่องเป็นราวกว่าเดิมหน่อย = = ทรมานกับทรงผมเดิมมากค่ะ

นอกเรื่องโคตรยาว กลับมาๆ อีนี่ทะเลได้เก่งจริงๆ

มิแรนเดินออกมานอกงานเล็กน้อย เดินๆหน่อยเมื่อย = =ll พอดีเจอทางเวบนิยายดอทคอมเขานั่งอยู่ด้านนอก ไอเราก็ไม่รู้หรอก ไปชวนเขาคุย เขาก็เลยขอสัมภาษณ์เลย =w= เป็นงั้นไปค่ะ แต่ก็ยินดีนะ

สัมภาษณ์เสร็จเดินกลับเข้างาน... ไรหว่า ปีนี้ไม่เลี้ยงข้าว = = ชวนพี่มี่ (มิอุ มานูเอล)ไปห้องน้ำกัน คนเป็นล้านค่ะ เสร็จระหว่างกลับมาที่มิตติ้งรูม เจอท่านพี่แสงจันทร์สวนมา เลยทัก

"พี่แสงค่ะ" มิแรนเรียก

"ครับ?" พี่แสงตอบ

"จะกลับแล้วเหรอคะ?"

"ยังครับ"

"อ่อ งั้นเจอกันค่ะ"

กรี๊ดดดดด ตูคุยกับพี่แสงแล้วโว้ยยยย (อยู่สนพ.นี้มาปีกว่าแล้ว...เพิ่งได้คุยกับพี่แสงเป็นครั้งแรก = =ll)


กลับมาที่มีตติ้งรูม มิแรนต้องเป็นกรรมการคอสเพลย์ในงานนี้ด้วย =w= ผลก็คือมิแรนรักท่านเอวี่คุณพ่อรั่วประจำปีมาก อันนี้คอนเฟิร์มกับพี่กัลกับพี่เจนอย่างดี =w=  ที่สองก็น้องลูคี่ น้องแอ๊คเยี่ยมมากคุณพี่ปลื้ม ที่สามนี่ก็ได้เป็นคุณน้องหญิงแม่ของเฟริน(จำชื่อไม่ได้แล้วลืม) แล้วก็ไม่มีอะไร แจกรางวัลเสร็จ มิแรนกับพี่มี่ก็พากันไปกินข้าวค่ะ ไปกินใกล้ๆร้านเรทโทนั่นแหละ แล้ว... มิแรนก็เห็น...

"ดร.ป๊อบ" =[]=

คือโอเค... คนทั่วไปอาจจะแบบ "แล้วไง?"

ก็แหมมม คนมันเพิ่งเคยเห็นตัวเป็นๆนี่หว่าาาาาา คือเขาก็นั่งอยู่แถวๆนั้นด้วย มิแรนกับพี่มี่ต่างมองหน้ากัน

"เฮ้ย ดร.ป๊อบ" เดินผ่านกันสองรอบเพื่อความชัวร์ 555 แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว เอาเป็นว่าโนคอมเมนต์

จากนั้นก็พากันกับพี่มี่ไปเข้าบูธ โหโซนนิยายรักนี่กินไปกว่าแปดสิบเปอร์ = =ll มิแรนก็เข้าไปอยู่ในนั้นแป๊บๆ ปรกติก็ช่วยเรียกลูกค้าหรอก แต่งวดนี้แรงตก ไม่ไหว หมดลม = =ll

พี่ในบูธก็พูดเหมือนคนอื่นๆ "โหววว เป็นสาวขึ้นนะ"

=w= ดัดผมนี่เอง...

กร๊ากดี เขิล 555 แจกลายเซ็นแป๊บๆ สี่โมงและ ว้าเร็ว กลับดีกว่าเหนื่อยเมื่อย = =ll

เซ็งนิดหน่อยตรงที่นิยายเรา เขาเอามาแต่เล่มใหม่ เล่มเก่าไม่เอามาวางด้วย คนอ่านบางคนเขาบอกว่าอยากลองอ่านนะ แต่ถ้าไม่มีเล่มเก่าให้ลองเขาก็ไม่อยากเสี่ยง = = เฮ้อ... เราก็เข้าใจ เราเองก็สมัยก่อน ซื้อนิยายไม่เคยมีข้ามเล่ม ถ้าเขาไม่เอาเล่มเก่ามา จะซื้อไปแหมะไว้ทำไม = =

เสร็จจากงาน ลากับพี่มี่ มิแรนก็เดินทางกลับรถไฟฟ้าตามระเบียบ คนเป็นล้านเช่นเคย = =ll เบี่ยยย

งวดนี้ซื้อหนังสือที่ต้องการจริงๆแค่สี่เล่มเอง... อะ ห้าก็ได้ นับของโทรคีน... แต่มิแรนใจจริงอยากดูของบูธอื่นอีก แต่คนแบบ... อร๊ากกก ตูไม่น่า = =

พอวันที่สิบเก้า มิแรนกลับเวลาเที่ยงคืนกว่าของวันใหม่ไง (ยี่สิบ) ตอนกำลังเก็บของ พ่อมิแรนโทรมาบอกว่า

"อาโกวแกไม่ไหวแล้วนะ"...

อาโกวมิแรน เป็นพี่สาวของพ่อค่ะ อาโกวคนนี้แกไปอยู่ฮ่องกง (มิแรนไม่รู้ชื่อแกหรอก เวลาเรียกก็เรียกอาโกวฮ่องกง) ปรกติมิแรนไม่ค่อยสนิทกับญาติฝั่งพ่อน่ะ แต่ยกเว้นอาโกวฮ่องกง แกก็ดีกับมิแรนมากนะ แล้วก็เคยมาค้างบ้านมิแรนหนนึง มิแรนเคยได้คุยกับแก แล้วก็เออสนุกดี (มิแรนชอบคุยกับคนแก่) อาโกวมิแรนก็อายุอ่อนกว่าอาม่ามิแรนหน่อย แกนับตามคนไทยก็หกสิบเก้าค่ะ

ปรกติอาโกวแข็งแรงมาก อยู่ๆแกก็พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งในกล่องเสียง ทีนี้แกก็ทำนองว่าถ้าจะตาย แกอยากมาตายในไทย แกก็เลยมาแล้วไปพักกับน้องสาวแก (อาโกวมิแรนอีกคน)  ซึ่งช่วงที่แกมาตอนนั้นมิแรนอยู่กับคุณแม่ที่เมกา พอกลับมาไทยมิแรนว่าจะไปเยี่ยมแกหลายรอบนะ แต่ยุ่งหลายๆเรื่องจนลืม = =ll

พอพ่อโทรมาแบบนั้น มิแรนก็เลยบอกว่า "ปุณไปเยี่ยมอาโกวได้ไหม?"

พ่อมิแรนเลยส่งคนขับรถมารับไปโรงบาลไทยนครินทร์ มิแรนเข้าไปที่หน้าห้องไอซียู เห็นชายหนุ่มสองคนหน้าคุ้่นๆ แต่ก็ไม่รู้จักหรอก เห็นเขามองๆมาๆก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะมิแรนเป็นคนทำท่าหงุดหงิดๆตอนรอให้พ่อมารับเข้าห้องไอซียู (ก็อาโกวจะตาย อุตส่ามายังไม่ได้เข้า มิแรนก็ฉุนน่ะ) ปรากฏพอพ่อมา พ่อบอก "อ่าว นี่สองคนนี้เฮียไง"

เลยเพิ่งรู้ว่าสองคนนั้นเป็นพี่ชาย = =ll ลูกของอาโกวอีกคน (คนที่อาโกวฮ่องกงมาพักอยู่ด้วย)

มิแรนเข้าห้องไอซียูไปพบอาโกว... มิแรนเกือบจำแกไม่ได้เพราะแกผอมมาก... ตาของแกเหลือกขึ้น กะพริบไม่ได้ กลอกไม่ได้ ถ้าดูเผินๆเหมือนแกไม่รับรู้อะไรแล้วล่ะ แต่มิแรนคิดว่าแกรู้ มิแรนก็พูดกับแก

"อาโกว หนูปุณนี่นะ ป๋อส่วง นา... หนูมาเยี่ยมอาโกวแล้วนะ หนูมาแล้วนะ" แน่นอน แกไม่ได้กลอกตากลับมา...

แต่มิแรนคิดว่าแกคงรู้ พี่เลี้ยงมิแรนบอกว่าแกขยับมือนะ มิแรนเลยเอื้อมมือไปจับมืออาโกว มิแรนคิดว่าแกน่าจะรับรู้ แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วก็เรื่องกายภาพคงไม่น่ะ แต่ข้างในมิแรนว่าแกรู้

มิแรนก็บอกแกว่า "อาโกว หนูสบายดีนะ นี่เดี๋ยวจะไปเมกาแล้วคืนนี้ อาโกวไม่ต้องห่วงนะ แม่หนูกับน้องหนูที่โน่นก็สบายดี อาโกวพักผ่อนให้สบายนะ ไม่ต้องฝืน..."

ที่มิแรนพูดอย่างหลังนี่ เพราะส่วนนึงมิแรนเห็นแกอยู่ๆก็หายใจแรงมาก เหมือนแกคงรู้ว่ามิแรนอยู่ แกจะพูดก็พูดไม่ได้ มิแรนอยากร้องไห้มาก แต่ก็ต้องฝืนไว้ เพราะถ้าแกรับรู้จริงๆแกคงใจเสีย

อีกส่วนนึงมิแรนดูอาการแกมิแรนนึกถึงอาม่ามิแรน... ตอนอาม่าจะเสียมือแกก็เย็นแบบนี้เลย

มิแรนรู้เลย... คนจะตายเขาจะเย็นแบบนี้ มันเย็นมาจากข้างในจนถึงข้างนอก แล้วทำให้เราเย็นตามด้วย แบบนี้แหละคือคนใกล้ตาย...

มิแรนคุยไม่มาก ก็ออกมา เพราะถ้าอยู่นานมิแรนคงทนไม่ไหว อีกอย่างมิแรนไม่ค่อยอยากเจออาโกวคนอื่นๆเท่าไหร่ (ไม่สนิท... แล้วเขาก็ไม่ชอบแม่มิแรน ปัญหามันเยอะ = =ll น่ารำคาญ)

มิแรนคุยกับพี่เลี้ยง "พี่... อาการอาโกวแบบอาม่าเลย... ถ้าอย่างเก่งแกคงอยู่ถึงสามวัน... แต่ปุณว่าวันนี้แกอาจไม่รอด..."

ถึงบ้าน สามสี่ชม.ผ่านไป มิแรนจิตใจสับสนไปหมด เก็บของอะไรก็ไม่ค่อยมีสติ สักพักพ่อโทรมา

"She's gone" ประโยคสั้นๆ ได้ใจความ...

มิแรนนิ่งไปครู่นึง พูดไม่ออก พ่อบอกว่าอาโกวมะเร็งกินไปถึงสมอง น้ำท่วมสมอง แกถึงได้ตาเหลือกแบบนั้น ไม่ตอบสนอง หมอพยายามปั๊ม แต่ยี่สิบนาที่ผ่านไปไม่สำเร็จ ปอดแกฉีกด้วย... ทุกอย่างจบลง...

มิแรนน้ำตาร่วงเล็กน้อย ไม่ฟูมฟาย... มิแรนเคยร้องไห้แทบตายตอนที่อาม่าเสีย แกก็เสียเพราะมะเร็งเหมือนกัน แกก็ค่อยๆหายใจไม่ออก หายใจลำบาก จากรู้เรื่องก็เริ่มไม่ตอบสนอง... แต่แกก็ไปดีแล้ว

คิดๆแล้วชีวิตคนเราก็มีแค่นี้... เศร้า... หดหู่ = = มิแรนก็พอเห็นงี้ก็คงต้องระวังสุขภาพเหมือนกัน

มิแรนคืนนั้นก็รอเวลาเดินทางกลับมาเมกา เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ แต่ก็ต้องไป งวดนี้แวะโซล... ช๊อป =w=

อีตูดี้ถูกแสรดดดดดด ไม่ซื้อตูก็ควายเต็มที... (55555) เสียดายไม่มีสกีนฟู้ด แต่มีเฟซช๊อป แล้วก็ยี่ห้อโปรดที่เมืองไทยไม่เคยเอาเข้าคือ Bourjois ซื้อไปอย่างละนิดละหน่อย วันหลังค่อยผลาญ 555

มาถึงเมกา เจอเอาตัวไปสอบ = =ll เพราะว่ามิแรนมาบ่อยเกิน มันสงสัย = = พอเขาเห็นว่าเออกำลังทำกรีนคาร์ดอยู่ ก็โอเค ให้ออกมา (คือถ้าคุณพูดจริงซะอย่าง เขาค้นข้อมูลแป๊บเดียว แล้วเจอ เขาก็โอเคแล้ว ถ้าโกหกน่ะ โดนส่งกลับประเทศเดี๋ยวนั้นเลยแหละ)

เป็นการรอคอยที่นานบรรลัย = = อยากจะตาย... เดินทางก็แทบแย่ ต้องมารอบ้าบอ อร๊ากกก ตูจะทำกรีนคาร์ดให้เสร็จเร็วๆค่ะ ตูสัญญา!!! จะได้ไม่ต้องมาเซ็งแบบนี้อีก เบี่ยยยย

กว่าจะถึงบ้านแวะพักกินติ๋มซำในชิคาโก้ เป็นบริเวณไชน่าทาว... หนุ่มจีนทำไมหน้าตาดีจังฟะ... (ไม่ใช่และ 555)

กินเสร็จ ซื้อเป็ดสองตัว ก็กลับกัน งวดนี้แม่ขับเลย (ปรกติพ่อเลี้ยงขับไง) แม่ขับ หุหุหุ มิแรนก็หลับ

พอใกล้ๆจะถึงบ้านแม่ก็บอกให้ตื่นมาดู... นี่แหละนะ Falls

ฤดูใบไม้ร่วง... สวยจริงๆ ทองอร่ามสองข้างทาง ปนแดงด้วย... เห็นของจริงกับในภาพจริงๆก็เหมือนกันแหละ แต่ความรู้สึกมันต่างกันนะ มิแรนอยู่จนเกือบครบทุกฤดูเลยแหะ เว้นก็แต่ฤดูใบไม้ผลิ

ถึงบ้าน เปิดประตู เจอน้องหมา มันอึ้งๆ =w= แต่ก็ทักทายตามประสา คราวนี้เดินตามติดๆ หุหุหุ วันหลัง(ไม่มีวันหลังแล้ว ตูจะเอากรีนคาร์ด) ถ้าเกิดฝรั่งถามว่ามาทำไม จะตอบว่า I come here to see my doggy =w=

(ตูจะโดนส่งกลับประเทศป่าวฟะ?)

แล้วมิแรนก็ไม่มีอะไรมากค่ะ พักผ่อนๆ ไม่ไปเรียนก่อนละกันอาทิตย์นี้ ขี้เกียจ =w=

ตอนนี้คิดไปคิดมา ตูกลับไปเรียนเกษตรนั่นแหละดีแล้ว วุ่นวายอิ๊บบบบ มาที่นี่ก็มาแค่เยี่ยมแม่เยี่ยมน้องเยี่ยมพ่อเลี้ยงเยี่ยมหมา เยี่ยมเพื่อนบ้านพอ = =ll แล้วก็มาขน Victoria Secret กับ Bath and body work พอ... ขากลับถ้าแวะเกาหลีก็ซื้อ Etude กับ Bourjois ถ้าแวะญี่ปุ่นก็ Shisedo กับ Anna Sui จบ Shopaholic กำเริบ =w=

(เอาเข้าจริงก็แอบงก... บทจะซื้อก็ซื้อไม่ลงซะที ตอนนั้นซื้อเยอะเพราะอกหัก กร๊ากกกกก)

เรื่องราว ณ ตอนนี้ ก็คงมีแค่นี้แหละค่ะ ไว้จะมาเล่าให้ฟังใหม่เน่อ

By Miranmasisda

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ง่า...
อาโกวแกน่าสงสาร
แต่ก็คงดีใจอะนะที่ได้กลับมาฝังร่างที่บ้านเกิด
ชีวิตคนเราไม่เที่ยงจริงๆนั่นแหละ
แต่เอาเถอะเรื่องแบบนี้เค้าก็พูดไม่ค่อยได้แฮะ เพราะเค้ายังไม่ได้ลิ้มรสการจากกันชั่วนิรันดร์แบบนี้เหมือนกัน
ถึงจะเคยแต่ก็เด็ก ยังไม่รู้อะไร ก็เลยคงพูดอะไรเรื่องนี้มาไม่ได้ แต่ยังไงก็ขอให้ท่านได้ไปสบายอะนะ ^^

แล้วก็...
เหตุผลการเข้าประเทศเนี่ยมัน..
อย่างแรงเลยวุ้ย
แต่ก็นะ ถ้าเค้าได้ไปเมกาก็อยากไปเล่นกะน้องทัฟเหมือนกัน >< กิ้วก้าว
แล้วก็นะ เลี้ยงน้องไซ (ไซบีเรียน)เมื่อไหร่ก็บอกนะ อยากเล่น ~~

แล้วก็ไปเมกาเพื่อ เครื่องสำอางค์ !!
โอ้แม่เจ้า
ที่หลังซื้อ อีตูดมาฝากกุมั้งดิ - -+

5555 ไปแล้น บะบุย
เอิ้กอ้ากก

open-mounthed smile question surprised smile wink double wink cry

#1 By LittlE PuPPy on 2009-10-22 14:57

เรื่องยาวมาก

สงสัยอาโกว TT

ดีนะพี่ได้ดูใจเค้า อาม่าหนูไม่ได้ดูใจเลย

ทั้งๆที่หนูนอนเฝ้าเค้าตลอด พออาการแย่เข้าICU

ที่บ้านก็ส่งหนูกลับบ้านเลย แต่คืนนั้นอาม่าก็มาหาหนูนะ

(กลัวอาม่าก็อาม่าเถอะ)

พี่ค่ะ อย่าโกรธหนูนะ พี่เขียนนิยายเรื่องอะไรอะ่ค่ะ ??

#2 By HONEYz on 2009-10-22 15:27

ยาวมากคนแก่อ่านไม่ไหวconfused smile confused smile sad smile

#3 By dowrun happy on 2009-10-22 20:57

แต่ขอบอกว่าอ่านจบค่ะแล้วมาเล่าให้ฟังใหม่น่ะค่ะconfused smile

#4 By dowrun happy on 2009-10-22 20:59

ขอแสดงความเสียใจกับน้องด้วยน้า

อาโกลน่าสงสารจริงๆ ขอให้ท่านได้ไปสบายด้วยเถอะ

#5 By Suzakuchan on 2009-10-22 23:24